เมื่อ “ชาคริต” โพสต์แบบนี้ ต้องการส่งสัญญาณเตือนอะไรไปถึง “วุ้นเส้น” รึเปล่า??

tnews_1452008748_1822

คู่รักสุดฮอต หนุ่ม “ชาคริต แย้มนาม” และสาว “วุ้นเส้น วิริฒิพา” ส่อแววรักมีปัญหาหรือไม่? หลังฝ่ายชายโพสต์ข้อความจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่ ก่อนหน้านี้คู่นี้ถือเป็นคู่สามีภรรยาที่น่ารักของวงการบันเทิง เรียกว่าไปไหนมาไหนตัวติดกันตลอด จากการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต่างๆ ได้เปิดเผยว่ามีการโทรศัพท์หากันทุกๆ ชั่วโมง เพื่อบอกรักหรือรายงานตัว จนหลายคนในวงการบันเทิงแทบจะทำโล่ให้กับความน่ารักของคู่นี้เลยทีเดียว

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า ชาคริตและวุ้นเส้น กำลังมีอะไรติดใจกันอยู่รึเปล่า? เพราะในอินสตาแกรมของ หนุ่มชาคริต ได้หยิบนำกระดาษข้อความซึ้งๆ ที่สาววุ้นเส้น เคยเขียนความในใจลงในกระดาษธรรมดาที่ถูกเขียนด้วยลายมือ คาดว่าเก็บไว้เป็นที่ระลึกนานมากๆ หรืออาจถูกพับอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งเป็นข้อความภาษาอังกฤษ ระบุเนื้อหาดังนี้

papi ขา มามิ้ love papi so much นะคะ!! i will always beside and take good care of you as good as i can. it’d not be perfect but i promise that I will do my very best formonty husband forever. Love  เป็นการเรียกสรรพนามแทนกัน แปลเป็นภาษาไทยว่า “ปาปิ้ ขา มามิ้ รักปาปิ้มากนะคะ จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ถึงแม้ว่าฉันอาจจะไม่ได้ดีมาก แต่ขอสัญญาว่าหัวใจดวงนี้ จะมีไว้เพื่อสามีสุดที่รักคนนี้คนเดียวและตลอดไป “รัก”

จากนั้นชาคริตได้เขียนแคปชั่นว่า “A Simple Paper & Pen”.. but that’s all it took to begin a Lifetime Journey “For Better or Worse” Never forget how it all began.. Who knows… it Might Be The Life Worth Living and Dying For!!!! แปลได้ความว่า “แค่กระดาษปากกาธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเดินทางสายเดียวกัน ไม่ว่าดีหรือร้าย เราจะไม่ลืมวันแรกที่เราพบกัน ใครจะรู้ มันอาจจะเป็นชีวิตที่คุ้มค่ามาก จนกระทั่งเราตายจากกัน” คล้ายเป็นข้อความเตือนความทรงจำดีๆ

ทั้งนี้ข้อความล่าสุด หนุ่มชาคริต ได้โพสต์ข้อคิดดีๆ เป็นสัจธรรมการพบเพื่อจากกันในวันหนึ่ง งานนี้ไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหากันอยู่รึเปล่า เพราะในอินสตาแกรมของ สาววุ้นเส้น ไม่ได้โพสต์ภาพคู่ชาคริตเป็นสัปดาห์จนแฟนๆ เข้ามาถามหาว่าชาคริตไปไหน แต่ถ้ากำลังงอนกันอยู่ก็ขอให้เข้าใจกันเร็วๆ รักกันนานๆ มากขึ้นๆ ตลอดไป เพราะแฟนคลับของคู่นี้เค้าเอาใจช่วยอยู่เสมอ

ที่มา http://entertain.tnews.co.th/content/174893/

//]]>